การเงิน

ค่าเงินบาทแข็งค่า หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐแย่กว่าคาด จับตาการประชุมเฟดคืนนี้ ขณะที่นักลงทุนคาดเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.75% ส่วนปัจจัยภายในประเทศภาคเอกชน กกร.คาดเศรษฐกิจไทยปี 2565 ยังขยายตัวได้ 3.0-3.5% จากการส่งออกและท่องเที่ยว ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 2 พฤศจิกายน 2565 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (2/11) ที่ระดับ 37.68/70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (1/11) ที่ระดับ 37.82/84 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หลังเอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 50.4 ในเดือน ต.ค. จากระดับ 52.0 ในเดือน ก.ย. แต่สูงกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ระดับ 49.9 ดัชนี PMI ได้รับผลกระทบจากการร่วงลงของคำสั่งซื้อใหม่แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. 2563 ขณะที่การจ้างงานชะลอตัว ส่วนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและอุปสงค์ของผู้บริโภค อย่างไรก็ดี ดัชนี PMI ยังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคการผลิตของสหรัฐ โดยขยายตัวเป็นเดือนที่ 28 ติดต่อกัน ทั้งนี้ นักลงทุนในตลาดการเงินจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะมีการแถลงในคืนวันนี้ตามเวลาสหรัฐ หรือในช่วงเช้าตรู่ของวันพรุ่งนี้ตามเวลาไทย ขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.75% หากเป็นไปตามคาด ก็จะส่งผลให้เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ติดต่อกัน 4 ครั้ง หลังจากปรับขึ้น 0.75% ในเดือน มิ.ย., ก.ค. และ ก.ย. ขณะเดียวกันนักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพียง 0.50% ในการประชุมเดือน ธ.ค. และจากนั้นจะเริ่มลดวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน มี.ค.ปีหน้า